ข่าวด่วน :
จิตวิญญาณความเป็นครู
วันที่เขียน: 12/06/2557
พระมหาวุฒิชัย (ว. วชิรเมธี) ท่านเคยเทศน์ในหัวข้อ "จิตวิญญาณความเป็นครู"

                                                                   ..............................(ในวันศึกษาศาสตร์)

.......ขณะฟังนั้น ก็ไม่ลืมที่จะคิดและจดตามค่ะ เพราะสมองเราๆขนาดนี้ ฟังแล้วเดินออกมาก็  ลืมหมด สิ่งที่พอจดมาได้ ในเนื้อหาของพระจารย์เทศน์พอสรุปได้ดังนี้่ค่ะ

อันดับแรกเลยนะคะพระอาจารย์พูดถึงการทำในสิ่งที่ตนเองรักค่ะ

     "ทำในสิ่งที่ตนเองรัก แล้วมุ่งทำ แล้วชีวิตจะดีทั้งชีวิต" ก็มาลองคิดดูว่า บางคนใช้ชีวิตมาก็นาน ค้นหาตัวเองมาก็เยอะ ยังไม่พบสิ่งที่ตนเองรัก ตนเองชอบ ทำไปเพราะคนอื่นอยากให้เป็นอยากให้ทำ ทำไปเพราะสถานการณ์มันพาไป ทำให้สิ่งที่เราทำด้วยความไม่รักนั้น มันดูน่าลำบากสำหรับเรา ทำแล้วมันเบื่อ มันท้อแท้ มันอยากเลิกทำบางครั้งไม่รู้ด้วยซ้ำ่ ว่างานที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ เรารักที่จะทำมันหรือเปล่า?

    การทำสิ่งที่ตนเองรักนั้น เราจะรู้ได้อย่างไร พระอาจารย์ท่านบอกว่า สิ่งที่ตนเองรัก คือ สิ่งที่เราทำแล้วมีความสุข อย่าง อาจารย์เฉลิมชัย พบสิ่งที่ตัวเองรักในวัยเด็ก คือ รักการวาดรูป เริ่มจากวาดพญานาคที่กล่องไม้ขีดไฟ ตอนนี้กลายเป็นจิตรกรชื่อดังของเมืองไทยไปแล้ว เป็นต้น

     ต่อมาพระอาจารย์เริ่มพูดถึงเรื่องครู การเป็นครูก็ต้องรักในอาชีพครู มีจิตวิญญาณครู

ซึ่งจิตวิญญาณความเป็นครูนั้น ต้องมี 3 อย่าง คือ

                                         1.ปรากฏเด่น  2. คาย   3. รสให้เย็น

     นั่งฟังก็งงอยู่ ที่พระอาจารย์พูดมานั่น มันคืออะไรหว่า งง   อ่ะ ลองฟังต่ออีก ว่าที่พระอาจารย์เทศน์มันคืออะไร

พระอาจารย์ขยายความว่า

       1. ปรากฏเด่น = ครูต้องเด่นด้วยวิชาการความรู้ สอน เรื่องอะไีรก็มีความรู้เด่นในเรื่องนั้นสักเรื่อง คือไม้ต้องเก่งไปทุกเรื่องค่ะ แต่ขอให้เป็นเลิศในเรื่องที่รับผิดชอบ ขนาดเข็มยังมีปลายแหลมด้านเดียว แล้วทำไมเราไม่หาอะไรสักอย่างให้แหลมคมเหมือนเข็ม ความรู้ของครูนั้นแบ่งเป็น 3 ประเภทอีกค่ะ คือ

    - ต้องรู้ = ต้องรู้ในเนื้อหาที่ตัวเองสอนอย่างลึกซึ้ง แตกฉาน ซึ่งปัจจุบันปัญหาของครูคือ รู้ไม่ลึก รู้ไม่จริง ในสาขาที่ตัวเองสอน อาจเกิดจากครูไม่ขวนขวายความรู้ เมื่อไปสอน ก็ทำให้การสอนน่าเบื่อ

    - ควรรู้ = รู้ในสิ่งที่เป็นไปของเหตุบ้านการเมืองในปัจจุบันค่ะ ข่าวสารบ้านเมืืองต่างๆ ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ในตอนนี้ ส่งผลกระทบอะไรกับใคร สิ่งผลกระทบอะไรกับเราบ้าง เช่น  19 กันยา 2549 ได้มีการปฏิวัติ ซึ่งนำโดย พลเอกสนธิ บุญรัตกลิน เมื่อพูดชื่อ พลเอกสนธิ เราก็จะ อ้อ ทหารผู้นำการปฏิวัติใน 19 กันยา 49 นี่เอง ฉันรู้จักๆๆ(แต่เขาไม่รู้จักฉัน...) ซึ่งครูควรหาหนังสืออ่าน หาข่าวอ่าน ติดตามข่าวเยอะๆ เวลาคนอื่นพูดเรื่องอะไร เราจะได้ อ้อ..เรื่องนี้มันเป็นอย่างนี้ โอเค แสดงความคิดเห็นไป ซึ่งทำให้เรามีมิตรมากเพิ่มขึ้นด้วยอีกต่างหากค่ะ[แต่อย่าไปคุยเพื่อเอาชนะ ในเรืองความเชื่อนะคะ อันนี้ไม่รู้ว่าจะได้มิตรมาหรือเปล่าค่ะ]

    - รู้ใว้ใช่ว่า = รู้ไว้เฉยๆค่ะ เช่น ดารา x คบกับดารา y หรือ นาย a ชอบกินส้มตำ (คิดแล้วก็อยากกินขึ้นมาพอดีค่ะ)เอาไว้คุยสนุกๆ

     ตรงนี้พระอาจารย์สรุปว่า เป็นครูนั้น ควรจะรู้ลึก และ กว้าง เมื่อรู้ลึกและกว้างทำให้การถ่ายทอดสนุก ซึ่งครูไม่ต้องรู้ไปหมดทุกเรื่อง แต่สิ่งที่เรารู้นอกเนื้อจากสิ่งต้องรู้นั้น คือของแถมเอาไว้คุยสนุกๆ ความรู้เป็นของกลาง ใครเดินเข้ามาคว้า คนนั้นรู้เอง และการรู้ลึกแต่ไม่กว้างนั้น ทำให้การสอนล้มเหลว

       2. คาย  หมายถึง การมีศิลปะในการคายความรู้ คายสติปัญญาที่แหลมคม ซึ่งก่อนเราจะคายได้นั้น ต้องกลืนด้วยตัวเองเสียก่อน  การคายมีระบบดังนี้ค่ะ

                                     ค้นคว้า>เคี้ยว>กลืน>คาย

      ค้นคว้า = อ่านให้มากค้นหาคำตอบให้มาก ไม่มีคนโง่ในโลกนี้ เพียงแค่เขายังค้นคว้ามาไม่มากพอ หรือค้นไม่เป็น เอาแต่ขยะข้อมูล ปฏิกูลข่าวสารมาใส่หัวเต็มๆ โดยไม่กรอง ได้มาอย่างไร ก็ยกมาอย่างนั้น

     เคี้ยว   = เมื่อเราได้ข้อมูลมาแล้วนั้น ทำการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้มาค่ะ

     กลืน   = เมื่อวิเคราะห์แล้วนำผลที่ได้มาคิดและเก็บไว้ค่ะ

     คาย   = การมีศิลปะในการคาย เลือกคายในเวลาอันเหมาะสมค่ะ

ตรงนี้สรุปได้ว่า ก่อนจะไปถ่ายทอดความรู้ให้ใครได้นั้น ครูต้องรู้จักค้นคว้าหาความรู้และวิเคราะห์เนื้อหาข้อมูลที่เรามีเสียก่อน ค้นมากรู้มาก ค้นสาระได้สาระ ค้นขยะได้ขยะ และเลือกเวลอันเหมาะสมในการถ่ายทอดความรู้

       3. รสให้เย็น = เย็นด้วยเมตตา เมตตาต่อศิษย์ สอนและรักเหมือนลูก

เมื่อเห็นศิษย์โง่ ให้เมตตาเขา ถือว่านี่คือความท้าทายความเป็นครูที่จะสอนให้เขาพัฒนา

เมื่อเห็นศิษย์ฉลาด ให้ยินดี ว่าเรานี่แหละ สอนให้ลูกศิษย์เก่ง อย่าไปหาเรื่องกลั่นแกล้งเขา

เมื่อเห็นศิษย์สวยหน้าตาดี ให้คิดว่าเราโชคดีที่มีูลูกศิษย์สวยหน้าตาดี เราจะไม่เกิดอกุศลทางจิต

คือให้คิดในแง่ ++ กับลูกศิษย์เข้าไว้นะคะ.....................

[ชีวิตคิดบวก] +++++++++++++++

--------------------------------------------------------------------------------------------

     สิ่งที่ต้องการได้จากการฟังครั้งนี้คือ แนวคิดเรื่องจิตวิญญาณความเป็นครู วิธีคิดและศิลปะในการพูดของพระอาจารย์

แนวคิดเรื่องจิตวิญญาณความเป็นครูที่ได้คือ

       - ครูต้องเด่นในเรื่องวิชาการ รู้ลึก รู้จริง รู้กว้าง

       - ครูต้องมีศิลปะในการถ่ายทอดความรู้

       - ครูต้องมีใจเมตตาต่อศิษย์ รักศิษย์ดังลูก

        จากการสังเกต พบว่า เพราะพระอาจารย์ชอบอ่าน ชอบคิดเสมอ อ่านมาก คิดตามมาก วิธีคิดและประโยคการเรียงคำพูดของประอาจารย์จึงได้จากการอ่านและการคิด จากการนั่งฟังมาสังเกตได้ว่าพระอาจารย์ยกตัวอย่างหนังสือ ชื่อคนเขียน  คำสอน ปรัชญาต่างๆมามากมาย และบอกทิ้งทายว่าเป็นคนชอบอ่าน ทำให้การเทศน์ของพระอาจารย์สนุก พระอาจารย์จะสอดแทรกมุกตลกที่ตรงกับเหตุการณ์ปัจจุบัน ทำให้ทราบว่าพระอาจารย์ค้นคว้าอยู่เสมอไม่ได้หยุดศึกษาเรียนรู้เลย